วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2557

หัวใจของ เครื่องสแกนลายนิ้วมือ ชนิด Optical (Optical fingerscan)

ระบบเครื่องสแกนลายนิ้วมือ 


ประกอบด้วยสองงานหลักๆคือการได้มาซึ่งภาพและการระบุว่า รูปแบบเส้นและช่องว่างของลายนิ้วมือในภาพ เข้าคู่เหมือนกันกับภาพก่อนหน้าหรือไม่ มีหลายๆวิธีในการได้มาซึ่งภาพลายนิ้วมือ โดยทั่วไปคือวิธี

การแบบ optical scanning และ capacitance scanning ทั้งสองจะได้ภาพประเภทเดียวกันแต่ต่างวิธีการ

หัวใจของ optical scanner fingerscan

คืออุปกรณ์ถ่ายเทประจุ  (charge coupled device :CCD) เป็นระบบเซนเซอร์แสงที่ใช้เหมือนกับกล้องดิจิตอล  CCD

เป็นการจัดเรียงของ of light-sensitive diodes หรือเรียกว่า photosites ซึ่งสร้างสัญญาณไฟฟ้าเพื่อตอบสนองโฟตอนแสง(light photons)  แต่ละ photosites จะบันทึก 1 pixel(เป็นจุดที่เล็กมาก แทนแสงที่มากระทบจุดนั้นๆ) ตัวแปลงสัญญาณอนาล็อก-ดิจิตอล(analog-to-digital converter :ADC) ในระบบการสแกนจะประมวลผลสัญญาณไฟฟ้าอนาล็อกเพื่อสร้างเป็นภาพดิจิตอล

กระบวนการสแกนเริ่มตั้งแต่วางนิ้วลงบนแผ่นกระจก CCD จะทำการถ่ายภาพโดยที่เครื่องสแกนจะมีแหล่งกำเนิดแสงของตนเอง การเรียงลำดับของไดโอดเปล่งแสง(light-emitting diodes :LED) ทำให้เส้นลายนิ้วมือปรากฏสว่างขึ้น  CCD จะสร้างภาพสะท้อนที่เหมือนจริงของลายนิ้วมือ บริเวณที่มืดกว่าจะเห็นเป็นแสงสะท้อน(เส้นลายนิ้วมือ) และบริเวณที่สว่างมากกว่าจะสะท้อนน้อยกว่า(ร่องระหว่างเส้นลายนิ้วมือ)ก่อนการเปรียบเทียบกับภาพในฐานข้อมูล ตัวประมวลผลของเครื่องสแกนทำให้มั่นใจว่า CCD ได้จับภาพที่ชัดเจน ด้วยการตรวจสอบความมือของจุดโดยเฉลี่ย ค่าทั้งหมดได้จากตัวอย่างเล็ก และไม่ยอมรับการสแกนหากภาพทั้งหมดมืดหรือสว่างเกินไป  ถ้าภาพถูกปฏิเสธ เครื่องสแกนจะปรับความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed, Exposure Time) เพื่อให้แสงเข้ามาให้พอดีกับภาพ และทำการสแกนใหม่อีกครั้ง
    ถ้าระดับความมือเหมาะสม ขั้นตอนต่อไประบบจะทำการตรวจสอบความคมชัดของภาพ  ตัวประมวลผลดูที่เส้นตรงต่างๆโดยเคลื่อนที่เป็นแนวนอนและแนวตั้งผ่านรูปภาพ ลายนิ้วมือที่มีคุณภาพความ

คมชัดที่ดี เส้นซึ่งตั้งฉากกับลายนิ้วมือจะสร้างส่วนที่สลับกันระหว่างจุดมืดมากกับจุดสว่างมาก ถ้าตัวประมวลผลพบว่าภาพคมชัดและไม่มีสิ่งบดบัง ก็จะเข้าสู่กระบวนการเปรียบเทียบภาพลายนิ้วมือกับฐานข้อมูลและ เครื่องสแกนลายนิ้วมือ จะแสดงผลการสแกนต่อไป

www.fingerscan.in.th




วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เครื่องสแกนลายนิ้วมือ หรือ คีย์กาด ข้อแตกต่างในการใช้กับหอพัก


1. เครื่องสแกนลายนิ้วมือ (finger scan )ปลอดภัยกว่าระบบทาบบัตร เพราะไม่สามารถส่งต่อนิ้วแทนกันได้ เหมือนบัตรทาบที่สามารถส่งต่อให้กันเพื่อนำมาสแกนผ่านการ

เข้าประตูได้ สมมุติว่าถ้าทำบัตรทาบหายหรือมีคนเก็บได้ คนๆนั้นก็จะสามารถนำบัตรมาใช้เปิดประตู ได้อย่างง่ายดาย
2. เครื่องสแกนลายนิ้วมือนั้นรวดเร็วกว่าระบบทาบบัตร เช่น ในเวลาเร่งด่วนคุณต้องการเข้าที่พักแบบรวดเร็ว คุณไม่จำเป็นต้องมาค้นหากระเป๋าหาบัตรเพื่อ

สแกนเข้า ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ใดๆเพียงแค่คุณวางนิ้วมือลงสแกนแค่ไม่เกิน2วินาทีก็สามารถเข้าได้อย่างทันใจช่วยประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าคุณ สะดวก และ

รวดเร็ว ปลอดภัย
3. ระบบสแกนลายนิ้วมือช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ดูแลหอพักและผู้ที่มาพัก อย่างเช่นที่ใช้ระบบบัตรทาบ หากผู้พักอาศัยลืมบัตรทาบไว้ในห้องพัก ก็ต้อง

เรียกให้ผู้ดูแลหอพักมาช่วยเปิดให้ซึ่งจะเสียเวลาในการเข้าพัก แต่ถ้าผู้ดูแลหอพักออกไปทำธุระข้างนอก อันนี้ก็ยิ่งเป็นเรื่องอารมณ์เสียเป็นแน่ อีกในกรณีหนึ่ง ผู้

พักอาศัยทำบัตรหาย ก็ต้องมาเสียเวลาทำบัตรใหม่ จ่ายค่าบัตรเพิ่ม ไม่ดีแน่
4. ดูล้ำ ทันสมัย หรูหรา มีเทคโนโลยี ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาเข้าพักถึงความปลอดภัยอีกระดับ 

เครื่องทาบบัตร(คีย์การ์ด)
1. เครื่องทาบบัตรไม่ต้องเสียเวลามานั่งจับผู้เข้าพักเก็บลายนิ้วมือทุกคนเหมือนเครื่องสแกนลายนิ้วมือ 2. เครื่องทาบบัตรใช้ระบบคลื่นวิทยุในการสแกน

เข้าประตูไม่ต้องสัมผัสที่ตัวเครื่องเลยทำให้รวดเร็วกว่าเครื่องสแกนลายนิ้วมือ (finger scan)
3. สามารถให้ญาติหรือบุคคลที่เราไว้ใจเข้ามาเอาของหรือสัมภาระในห้องเราได้ในกรณีที่เราไม่สะดวกมาเอาให้ ซึ่งต่างจากเครื่องสแกนลายนิ้วมือที่ไม่

สามารถส่งต่อลายนิ้วมือให้กันได้ สรุปแล้วเอาเป็นว่าทั้งระบบสแกนลายนิ้วมือและระบบทาบบัตร มีจุดเด่น จุดด้อย ต่างกัน ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งานในหอพัก

อพาทเมนต์ และอื่นๆ รวมไปถึงระบบรักษาความปลอดภัยว่าต้องการ เข้มงวดมากน้อยแค่ไหน แต่โดยหลักๆเทคโนโลยีทั้ง2แบบ เน้นการทำงานไปที่ความ

ปลอดภัย สะดวก ต่อผู้ใช้งาน

www.fingerscan.in.th


วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เครื่องสแกนลายนิ้วมือ แบบไหนดี ?

Fingerprint Scanner Review เครื่องอ่านลายนิ้วมอื ( finger scan) มองหาแบบไหนดี เครื่องสแกนลายนิ้วมือนั้น โดยส่วนใหญ่มักจะมีรายละเอียดทางเทคนิคคล้ายกัน การอ่านลายนิ้วมือของคนนั้นไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือโปรแกรมที่ซับซ้อนมากนัก แต่จุดแตกต่างที่สำคัญคือขนาดและนำหนักของเครื่องต่างหากที่คุณควรเลือกให้เหมาะสมความละเอียด (Dots per Inch) เป็นความสามารถของเครื่องอ่านลายนิ้วมือว่าอ่านภาพลายนิ้วมือได้ละเอียดแค่ไหน เพราะลายนิ้วมือทั้งมีขนาดเล็กและบอบบาง คำศัพท์ DPI หรือจำนวนจุดต่อตารางนิ้ว (Dots per Inch) เป็นการบอกถึงความถูกต้องแม่นยำ ว่ามีข้อมูลต่อตารางนิ้วเท่าไหร่ ค่า DPI ประมาณ 500 เป็นค่าที่แนะนำสำหรับการใช้ทั่วไป แต่ถ้าค่าต่ำกว่านี้คุณภาพก็จะลดลง หมายความว่าความถูกต้องหรือน่าเชื่อถือของความปลอดภัยก็จะลดลงด้วย น้ำหนัก เครื่องอ่านลายนิ้วมือส่วนใหญ่น้ำหนักไม่ค่อยมาก มีขอบเขตพอสมควร การเลือกที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับการประเมินข้อดีข้อเสียของแต่ละสินค้า ถ้าคุณไม่ได้เคลื่อนย้ายเครื่องอะไรมาก ดังนั้นเครื่องที่มีนำหนักมากก็เหมาะสมมากกว่า แต่ถ้าคุณต้องการเครื่องอ่านลายนิ้วมือที่พกติดตัวได้ตลอด คุณก็ควรเลือกเครื่องที่เบากว่าเพื่อเหมาะสมต่อลักษณะการใช้งาน ขนาดความกว้าง เครื่องอ่านลายนิ้วมือที่ใหญ่และเทอะทะ บางทีอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการถ้าคุณต้องการนำเครื่องนี้ติดตัวไปไหนมาไหน แต่เครื่องที่มีขนาดใหญ่ก็มีความแข็งแรงคงทนมากกว่าเครื่องขนาดเล็ก ดังนั้นคุณควรเลือกอย่างระมัดระวัง พิจารณาการใช้งานอย่างเหมาะสม เพราะเครื่องอ่านลายนิ้วมือนั้นผลิตออกมามีหลายขนาดและรูปร่าง เครื่องสแกนลายนิ้วมือ ในท้องตลาดปัจจุบันมีให้เหลือหลากหลายยี่ห้อ หลายประเทศผู้ผลิต และ หลายราคา การจะเลือกยี่ห้อใด รุ่นใดจึงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของงบประมาณและวัตถุประสงค์ในการใช้งาน รวมถึงความคุ้มค่าทนทานของสินค้าด้วยเป็นสำคัญ แน่นอนว่าเครื่องสแกนนิ้ว ที่มีราคาแพง คุณภาพโดยรวมย่อมดีกว่าเครื่องสแกนนิ้วมือที่มีราคาถูกอยู่แล้ว แต่ความต่างของราคาดังกล่าวจะคุ้มค่าหรือไม่ ต้องพิจารณาถึงความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก เช่น หากต้องการใช้บันทึกเวลาการทำงานของพนักงานเพียง 10- 50 คน ก็อาจใช้เครื่องราคาถูกได้แม้ประสิทธิภาพอาจไม่ดีนัก เพราะเป็นการใช้งานกับคนจำนวนน้อย มีการกระทบกระเทือนน้อย เรื่องอายุการใช้งานของเครื่องราคาถูกอาจจะสั้นกว่าก็จริง แต่เมื่อนำมาใช้กับคนน้อยๆก็อาจมีอายุการใช้งานยาวนานพอจนคุ้มค่าราคาที่ซื้อมา เพียงแค่นั้นก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียงบประมาณเกินความจำเป็นไปซื้อเครื่อง ราคาสูง ประสิทธิภาพสูงแต่อย่างใด เพราะจะกลายเป็นเกินความจำเป็นไป ทำนองเดียวกัน หากงานที่นำไปใช้ตอ้งการ ประสิทธิภาพสูง ความเร็วสูง ความจุข้อมูลสูง การเลือกซื้อเครื่องราคาถูกกว่าก็จะไม่จอบโจทย์ดังกล่าว แม้ว่าบางครั้งดูจาก Specification โดยผิวเผินนั้น สามารถรองรับงานดังกล่าวได้ก็ตาม แต่เครื่องราคาถูกที่มี Spec สูงๆ มักจะทำงานจริงในประสิทธิภาพต่ำกว่าที่ระบุ ทำให้งานมีปัญหา ใช้งานไม่ได้ตามที่วางแผนงานไว้ เกิดความเสียหายต่อองค์กร และ เลวร้ายที่สุด อาจถึงขั้นต้องโล๊ะทิ้งทั้งหมดเพื่อซื้อใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงดังกล่าวการพิจารณาเลือกซื้อในกรณีนี้ ควรเลือกซื้อเครื่องที่มีราคาสูงพอประมาณ เพื่อเอาคุณภาพ และ ความมั่นใจว่า เครื่องจะทำงานในระบบที่เราต้องการได้ ถึงแม้เริ่มต้นจะต้องจ่ายเงินในราคาที่สูงกว่า แต่เป็นความคุ้มค่าในระยะยาวของการเลือกใช้ finger scan


fingerscan.in.th

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554

ความผิดพลาดของระบบไบโอเมตริก

 

โดยทั่วไป ระบบ ไบโอเมตริก มีความผิดพลาด (error) ที่เกิดขึ้นได้จำแนกออกเป็น 2 ประเภทคือ FRR (False Rejection Rate ) หรืออัตราการหลุดรอดของผู้แปลกปลอมจากการตรวจจับ และ FAR (False Acceptance Rate ) หรืออัตราการปฏิเสธการผ่านแก่ผู้ใช้ที่ถูกต้อง ค่า FAR และ FRR เป็นค่าที่ไม่มีความอิสระต่อกัน เพราะเมื่อ ค่า FAR มีค่าสูงขึ้น ค่า FRR ก็จะมีค่าต่ำลง โดยค่าทั้งสองจะแปรผกผันกัน
ในระบบรักษาความปลอดภัยแบบไบโอเมตริก เช่น เครื่องสแกนลายนิ้วมือ (Fingerscan ) เครื่องสแกนนม่านตา (Iris Scan ) เครื่องสแกนใบหน้า (Face scan ) เหล่านี้ ค่า FAR และ FRR จะถูกปรับแต่งโดยผู้ติดตั้งว่าต้องการระดับความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด อย่างเช่นหากต้องการความปลอดภัยในระดับสูงสุดก็ตั้งค่าแบบหนึ่ง ต้องการตรวจสอบในภาพกว้าง ต้องการตรวจสอบอย่างหยาบ ก็ใช้การตั้งค่าอีกแบบ เป็นต้น
บางระบบที่ต้องการให้ความสำคัญกับ FRR มากๆ (FRR มีค่าน้อย) ก็จะทำให้ FAR มีค่ามากขึ้น เช่นระบบตรวจสอบลายนิ้วมือคนร้ายในคดีอาชญากรรม เนื่องจากไม่ต้องการให้คนร้ายหลุดรอดไปจากการตรวจสอบลายนิ้วมือ จึงต้องการตรวจสอบในภาพกว้าง ก็จะตั้ง FRR ต่ำๆไว้  จากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบลายนิ้วมือเพื่อกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง กรณีตรงข้าม ในกรณีที่ต้องการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ต้องการความถูกต้องแม่นยำสูงสุดในการตรวจสอบบุคคล ระบบก็จะให้ความสำคัญกับ FAR มากๆ ( FAR มีค่าน้อยๆ) ซึ่งจะทำให้ FRR มีค่าสูงขึ้น หากตั้งค่าในแบบนี้ระบบจะปฏิเสธบุคคลที่ไม่มีสิทธิใช้งานโดยทันที เพื่อป้องกันความเสียหายอันจะเกิดจากความผิดพลาดของระบบ เช่น การใช้ลายนิ้วมือเพื่อถอนเงินอัตโนมัติ หากระบบไม่ปฏิเสธผู้ใช้ อาจทำให้เจ้าของบัญชีสูญเงินได้ แต่หากเจ้าของบัญชีตัวจริงถูกปฏิเสธ ก็สามารถยืนยันการใช้งานใหม่เท่านั้นเอง
สำหรับระบบเครื่องสแกนลายนิ้วมือ โดยทั่วๆไป  โดยเฉลี่ย จะมีค่า FRR อยู่ที่ 0.1% และค่า FAR 0.0001% ซึ่งแม่นยำเพียงพอที่จะตรวจสอบลายนิ้วมือสำหรับการควบคุมการเข้าออก หรือ บันทึกเวลาการทำงานของพนักงาน อย่างไรก็ตาม เครื่องสแกนลายนิ้วมือบางรุ่น ก็สามารถปรับค่า Theshold ของ FRR กับ FAR ได้ ทั้งชนิดที่ปรับใช้สำหรับเครื่องสแกนลายนิ้วมือทั้งเครื่อง หรือ ปรับใช้กับเฉพาะลายนิ้วมือของแต่ละบุคคล เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานจริง นั่นเอง

ที่มา: http://fingerscan.in.th/ http://fingtrack.com/